ยิงแอดทุกเดือน แต่ไม่ได้ผล-ปัญหาที่ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่กำลังเจอ

ยิงแอด Facebook โรงแรม

ยิงแอดทุกเดือน แต่ไม่รู้ว่าอะไรได้ผลจริ

ปัญหาที่ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่ไม่กล้ายอมรับ

ทุกวันนี้แทบไม่มีโรงแรมไหนไม่เคย “ยิงแอด”
Facebook Ads, Google Ads, OTA Ads หรือบางแห่งยิงพร้อมกันทุกช่องทาง
งบโฆษณาออกทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ แต่คำถามสำคัญคือ…

“เรารู้จริงไหมว่า แอดไหนทำให้เกิดการจอง?”

คำตอบที่เจ้าของโรงแรมจำนวนมากตอบในใจคือ
“ไม่แน่ใจ… แต่ก็น่าจะได้ผลนะ”

และนี่คือปัญหาที่ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่ ไม่กล้ายอมรับตรง ๆ
เพราะการยอมรับว่า “ไม่รู้” เท่ากับยอมรับว่า
งบการตลาดที่ใช้ไป อาจไม่ได้สร้างผลลัพธ์อย่างที่คิด

ปัญหาจริงที่โรงแรมส่วนใหญ่กำลังเจอ (แต่ไม่ค่อยพูดถึง)

ถ้ามองผิวเผิน โรงแรมหลายแห่งดูเหมือนทำการตลาดอย่างจริงจัง
มีแอดรัน มีโพสต์ มีอินบ็อกซ์ มีคนทัก

แต่เมื่อถามลึกลงไปว่า

  • ลูกค้าจองมาจากแอดไหน

  • แคมเปญไหนทำกำไรจริง

  • กลุ่มลูกค้าแบบไหนควรเพิ่มงบ

คำตอบกลับไม่ชัดเจน

สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยคือ

  • ดูยอด Reach / Engagement เป็นหลัก

  • ดูจำนวน Inbox แล้วคิดว่า “โอเค”

  • วัดผลจากความรู้สึก มากกว่าตัวเลขจริง

หลายโรงแรมไม่สามารถแยกได้ชัดว่า
ลูกค้าที่จองห้องพักเข้ามาเพราะ

  • Facebook Ads

  • Google Search

  • OTA

  • หรือแค่เคยเห็นแบรนด์มาก่อน

สุดท้ายจึงเกิดสภาวะที่เรียกว่า
“ยิงแอดต่อเนื่อง แต่ไม่รู้ว่าควรหยุดหรือเพิ่มตรงไหน”

ยิงแอด Google โรงแรม

ทำไม “ยิงแอดแล้ววัดผลไม่ได้” ถึงอันตรายกว่าที่คิด

การยิงแอดโดยไม่รู้ผลลัพธ์ ไม่ได้แค่ “เปลืองงบ”
แต่มันทำให้ธุรกิจตัดสินใจผิดซ้ำ ๆ โดยไม่รู้ตัว

 

ตัวอย่างที่พบได้บ่อยในธุรกิจโรงแรมคือ

  • แอดที่ไม่ทำเงิน กลับได้งบเพิ่ม เพราะดูเหมือนคนสนใจเยอะ

  • แอดที่ทำเงินจริง ถูกหยุด เพราะยอดไลก์ไม่สวย

  • คอนเทนต์ที่สร้างการจองจริง ไม่เคยถูกนำไปต่อยอด

เมื่อไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน
เจ้าของโรงแรมจะไม่กล้าตัดสินใจ

  • ไม่กล้าปรับงบ

  • ไม่กล้าเปลี่ยนกลยุทธ์

  • ไม่รู้ว่าควรลงทุนกับอะไรต่อ

ผลลัพธ์คือ
งบการตลาดเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ยอดจองโตช้ากว่าที่ควรจะเป็น

การตลาดโรงแรม

ความเข้าใจผิดเรื่องการยิงแอดของธุรกิจโรงแรม

หนึ่งในรากของปัญหานี้ คือ “ความเข้าใจผิด” ที่ฝังอยู่ในหลายธุรกิจ

❌ ยอด Reach เยอะ = แอดได้ผล

ความจริงคือ Reach แค่บอกว่า “มีคนเห็น”
แต่ไม่บอกว่า “มีคนจอง”

❌ ยิงแอด OTA คือคำตอบทั้งหมด

OTA ช่วยให้มีลูกค้า แต่ต้นทุนสูง
และไม่ได้ช่วยสร้างฐานลูกค้าของโรงแรมเอง

❌ แอดคือค่าใช้จ่าย

ธุรกิจที่มองแอดเป็นค่าใช้จ่าย
มักจะพยายาม “ลดงบ” แทนที่จะ “เพิ่มประสิทธิภาพ”

❌ ยิงแอดไปก่อน เดี๋ยวค่อยดู

แต่เมื่อถึงเวลาจะดูจริง ๆ
กลับไม่มีข้อมูลให้วิเคราะห์

ความเข้าใจผิดเหล่านี้ทำให้โรงแรมจำนวนมาก
ยังคงยิงแอดในรูปแบบเดิม ๆ
แม้โลกการตลาดจะเปลี่ยนไปแล้ว

โรงแรมที่ยิงแอดได้ผลจริง เขาทำต่างอย่างไ

โรงแรมที่ยิงแอดได้ผล ไม่ได้ใช้เวทมนตร์
แต่ใช้ “ระบบคิด” ที่ต่างออกไป

สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือ
ไม่เริ่มจากแอด แต่เริ่มจาก Funnel

  • แอดนี้ใช้เพื่อให้คนรู้จัก

  • แอดนี้ใช้เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจ

  • แอดนี้ใช้เพื่อปิดการจอง

จากนั้นจะแยกแคมเปญชัดเจน
ไม่เอาทุกอย่างไปปนอยู่ในแอดเดียว

สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ
พวกเขา “เก็บข้อมูล” ทุกจุดที่ทำได้
ไม่ใช่แค่ยอดคลิก แต่รวมถึงพฤติกรรมผู้ใช้

ผลลัพธ์คือ

  • รู้ว่าแอดไหนควรหยุด

  • รู้ว่าแอดไหนควรเพิ่มงบ

  • รู้ว่าคอนเทนต์แบบไหนควรทำซ้ำ

บทบาทของ AI และ Data ในการแก้ปัญหานี้

ปัญหาของเจ้าของโรงแรมไม่ใช่ “ไม่มีข้อมูล”
แต่คือ มีข้อมูลมากเกินไปจนไม่มีเวลาอ่าน

นี่คือจุดที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ

AI ไม่ได้มีหน้าที่ “ยิงแอดแทนคน”
แต่ช่วยทำสิ่งที่มนุษย์ทำได้ยาก เช่น

  • วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากพร้อมกัน

  • มองเห็นแพทเทิร์นที่ซ่อนอยู่

  • สรุป Insight ให้เข้าใจง่าย

แทนที่จะถามว่า
“แอดนี้ดีไหม”
AI สามารถช่วยตอบว่า

  • แอดนี้เหมาะกับกลุ่มไหน

  • แอดนี้ควรใช้ในช่วงเวลาใด

  • ถ้าเพิ่มงบ จะกระทบอะไรบ้าง

สิ่งสำคัญคือ AI ทำให้การตัดสินใจ
อิงจากข้อมูล ไม่ใช่ความรู้สึก

ตัวอย่างแนวคิดการแก้ปัญหาแบบ FlowLinkz

หลายธุรกิจเข้าใจผิดว่า
การแก้ปัญหานี้คือ “เปลี่ยนเอเจนซี่”
แต่ในความจริง ปัญหาอยู่ที่ “ระบบคิด”

แนวคิดของ FlowLinkz คือ
คิดให้รู้ก่อนยิง ไม่ใช่ยิงก่อนแล้วค่อยเดา

เริ่มจากการตั้งคำถามให้ถูก

  • เราอยากรู้ข้อมูลอะไรจากแอดนี้

  • แอดนี้ควรตอบโจทย์ใคร

  • ข้อมูลแบบไหนที่จำเป็นต่อการตัดสินใจของเจ้าของโรงแรม

จากนั้นจึงใช้ AI และ Data
เข้ามาช่วยจัดการข้อมูลให้เข้าใจง่าย
ไม่ต้องเปิดรายงานหลายสิบหน้า
แต่เห็นภาพรวมได้ในเวลาอันสั้น

เป้าหมายไม่ใช่แค่ “ยิงแอดให้ได้ผล”
แต่คือทำให้เจ้าของโรงแรม
ควบคุมการตลาดได้จริง

การตลาดโรงแรม

ถ้ายังยิงแอดแบบเดิม ปี 2026 จะเกิดอะไรขึ้น

สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ
ค่าโฆษณาจะสูงขึ้น
การแข่งขันจะรุนแรงขึ้น

โรงแรมที่ยังยิงแอดแบบเดิม
จะเริ่มรู้สึกว่า

  • งบเพิ่ม แต่ผลลัพธ์ไม่เพิ่ม

  • คู่แข่งดูโตเร็วกว่า ทั้งที่งบใกล้เคียงกัน

ความแตกต่างจะไม่ใช่ “ใครยิงเยอะกว่า”
แต่คือ ใครรู้ข้อมูลมากกว่า

ธุรกิจที่ใช้ AI และ Data
จะตัดสินใจได้เร็วกว่า
ปรับแผนได้ไวกว่า
และใช้เงินได้คุ้มกว่าทุกบาท

สรุป: หยุดยิงแอดแบบเดา เริ่มยิงแอดแบบรู้จริง

การยิงแอดไม่ใช่เรื่องผิด
แต่การยิงแอดโดยไม่รู้ว่าอะไรได้ผล
คือความเสี่ยงที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม

ธุรกิจโรงแรมในวันนี้
ต้องเปลี่ยนจาก
Marketing by Feeling → Marketing by Data

เมื่อคุณรู้ว่า

  • ลูกค้ามาจากไหน

  • ตัดสินใจเพราะอะไร

  • แอดไหนสร้างผลลัพธ์จริง

การตลาดจะไม่ใช่ภาระ
แต่จะกลายเป็นเครื่องมือเติบโตของธุรกิจ

และนี่คือเหตุผลว่า
ทำไมโรงแรมที่เริ่ม “เข้าใจข้อมูล” วันนี้
จะได้เปรียบคู่แข่งอย่างชัดเจนในปี 2026

รับทำโฆษณาออนไลน์

.

รับทำโฆษณาออนไลน์